การเลือกม่านอากาศ
1.ม่านอากาศเราต้องคำนึงถึงจุดที่ต้องการติดตั้งพร้อมสภาพอากาศบริเวณรอบๆ ที่ต้องการติดตั้งม่านอากาศนั้นๆ กล่าวคือโดยส่วนใหญ่ม่านอากาศจะติดตั้งบนช่องประตูทางเข้า-ออก ของอาคารเป็นหลัก เราต้องเลือกความเร็วลมของม่านอากาศให้สัมพันธ์กับความสูงของประตู ถ้าหากเราสามารถทำเลือกความเร็วลมให้เหมาะสมกับความสูงของประตูนั้น ๆได้จะทำให้เราสามารถลดฝุ่นและควบคุมความชื้น,กันแมลงต่างๆ อากาศร้อน - เย็นที่จะเข้าตัวอาคารและทำให้เราลดการสูญเสียพลังงานได้เป็นอย่างดี การเลือกเราควรจะเลือกม่านอากาศที่มีความเร็วที่ไม่น้อยหรือมากเกินไป
2. เลือกความเร็วลมพอเหมาะกับความสูงของช่องประตู ลมที่ออกจากตัวเครื่อง (ม่านอากาศ) จะทำหน้าที่ เป็นม่านอากาศพอเหมาะไม่ให้อากาศจากภายนอกดันเข้ามาในตัวอาคารได้ ทำให้ฝุ่นและอากาศร้อน - เย็นเข้าในตัวอาคารเป็นผลทำให้ประหยัดพลังงานยิ่งขึ้นไป
3.เลือกความเร็วลมที่สูงไม่เหมาะสมกับความสูงของช่องประตู ลมที่ออกมาจากตัวเครื่อง จะเกิดการฟุ้งกระจายไร้ทิศทางทำให้ฝุ้นฟุ้งกระจายด้วยและทำให้แรงดันที่มีสามารถนำอากาศร้อน – เย็นเข้าหรือออกจากตัวอาคารได้งาน ทำให้สูญเสียพลังงานไปมาก
2. เลือกความเร็วลมพอเหมาะกับความสูงของช่องประตู ลมที่ออกจากตัวเครื่อง (ม่านอากาศ) จะทำหน้าที่ เป็นม่านอากาศพอเหมาะไม่ให้อากาศจากภายนอกดันเข้ามาในตัวอาคารได้ ทำให้ฝุ่นและอากาศร้อน - เย็นเข้าในตัวอาคารเป็นผลทำให้ประหยัดพลังงานยิ่งขึ้นไป
3.เลือกความเร็วลมที่สูงไม่เหมาะสมกับความสูงของช่องประตู ลมที่ออกมาจากตัวเครื่อง จะเกิดการฟุ้งกระจายไร้ทิศทางทำให้ฝุ้นฟุ้งกระจายด้วยและทำให้แรงดันที่มีสามารถนำอากาศร้อน – เย็นเข้าหรือออกจากตัวอาคารได้งาน ทำให้สูญเสียพลังงานไปมาก
ประสิทธิภาพของม่านอากาศ จะขึ้นอยู่กับ
2. ความสม่ำเสมอของการไหลของอากาศเย็น (ร้อน)
3. ความสูงของช่องประตูจะสำคัญกว่าความกว้างประตู
4. จำนวนของม่านอากาศจะขึ้นอยู่กับความกว้างของประตูที่เปิด - ปิด
5. การทำงานของม่านอากาศเป็นแบบต่อเนื่องหรือไม่
6. ม่านอากาศติดตั้งทุกจุดของทางเข้าออกอาคารหรือไม่
7. ตำแหน่งของช่องระบายอากาศจะและแรงดันภายในอาคารต้องสัมพันธ์ขนาดของแรงลมของม่านอากาศที่เลือกใช้



