Website Banner
จำนวนผู้เข้าชมวันนี้ 1178
จำนวนผู้เข้าชมเดือนนี้ 12060
จำนวนผู้เข้าชมเดือนที่แล้ว 18327
รวมผู้เข้าชมเว็บไซต์ทั้งหมด 1649930

ข้อมูลควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อแอร์

  • ทำความรู้จักกับแอร์
  • ประเภทของแอร์ - จะใช้แอร์แบบไหนดี?
  • การเลือกบีทียูแอร์ - จะใช้แอร์ขนาดกี่บีทียู?
  • การคำนวณค่าไฟ - ถ้าติดแอร์แล้ว จะต้องจ่ายค่าไฟเพิ่มประมาณเท่าไหร่?
ทำความรู้จักกับแอร์
แอร์/เครื่องปรับอากาศ ประกอบด้วย คอยล์เย็น (ตัวที่ติดในบ้านส่งลมเย็นออก) และคอยล์ร้อน(ตัวที่ติดอยู่นอกบ้านส่งลมร้อนออก) หรือบางคนเรียกว่าคอมเพรสเซอร์ เพราะภายในจะมีคอมเพรสเซอร์อยู่

 

ประเภทของแอร์
ชนิดแอร์ จุดเด่น จุดด้อย

แอร์เคลื่อนที่ (Portable Air)

ขนาด 9000 - 18000 บีทียู

  • ไม่ต้องติดตั้ง เสียบปลั๊กใช้งานได้ทันที
  • ขนาดเล็ก เคลื่อนย้ายสะดวก
  • ต้องต่อท่อระบายความร้อนออกนอกห้อง
  • ต้องต่อท่อระบายน้ำทิ้ง หรือคอยเทน้ำทิ้ง
  • เย็นเฉพาะจุด ไม่ทั้่วห้อง
  • เสียงค่อนข้างดัง

แอร์ติดผนัง (Wall Type)

ขนาด 9000 - 36000 บีทียู

  • ทำงานเงียบ เหมาะกับห้องนอน
  • รูปทรงสวยงาม
  • มีฟังก์ชั่นให้เลือกหลายแบบ
  • ดูแลรักษาง่าย
  • ติดตั้งที่ผนังเท่านั้น ต้องมีความสูงของผนัง 40 ซม.ขึ้นไป
  • การกระจายลมและแรงลมน้อยกว่าแบบแขวนเพดาน

แอร์ตั้งพื้น/แขวนใต้ฝ้า (Ceiling Type)

ขนาด 12000 - 60000 บีทียู

  • ลมแรง กระจายลมเย็นได้ดี เหมาะกับสำนักงาน ห้องนั่งเล่น
  • เลือกติดตั้งแบบติดเพดานด้านบน และตั้งพื้นได้
  • รูปทรงขนาดใหญ่
  • มีฟังก์ชั่นให้เลือกน้อย
  • เสียงดังกว่าแบบติดผนัง

แอร์สี่ทิศทาง (Cassette Type)

ขนาด 12000 - 51200 บีทียู

  • เน้นความสวยงาม
  • แอร์ซ่อนหรือฝังอยู่ใต้ฝ้าหรือเพดาน เหมาะกับห้องกระจกรอบด้าน หรือห้องที่ไม่มีพื้นที่ติดตั้ง
  • กระจายลมสี่ทิศทาง
  • ติดตั้งยาก ต้องใช้ช่างที่ชำนาญ เดินท่อในฝ้า
  • ราคาสูง
  • ยากต่อการดูแลรักษา

แอร์คอยล์เปลือย (Conceal Type)

ขนาด 12000 - 60000 บีทียู

  • เน้นความสวยงาม
  • แอร์ซ่อนหรือฝังอยู่ใต้ฝ้าหรือเพดาน
  • ราคาไม่สูง และจะแพงอุปกรณ์ติดตั้ง เช่น หัวจ่ายลม ท่อลม
  • ติดตั้งยาก ต้องใช้ช่างที่ชำนาญ เดินท่อในฝ้า
  • ยากต่อการดูแลรักษา

แอร์ตู้ตั้ง (Package Type)

ขนาด 12000 - 150000 บีทียู

  • ลักษณะคล้ายตู้ มีขนาดสูงเหมือนตู้
  • มีกำลังลมที่แรงมาก เหมาะกับบริเวณที่มีคนเข้า และออกอยู่ตลอดเวลา เช่น ร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงหนัง
  • เปลืองพื้นที่ใช้สอย
  • เสียงดัง

 

การเลือกบีทียูแอร์

BTU คืออะไร

BTU ย่อมาจาก British Thermal Unit คือขนาดความสามารถการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ โดย 1 ตันความเย็น = 12000 BTU

วิธีการคำนวณหาค่า BTU

BTU = พื้นที่ห้อง (กว้าง x ยาว) x ค่าตัวแปร

ค่าตัวแปร

700-800 สำหรับห้องนอน หรือห้องที่มีความร้อนน้อย (ห้องที่ไม่โดนแดดหรือโดนเล็กน้อย ฝ้าต่ำ หรือห้องที่ใช้แอร์ช่วงกลางคืน)

800-900 สำหรับห้องรับแขก หรือห้องที่มีความร้อนปานกลาง - มาก (ห้องที่โดนแดด อยู่ทิศตะวันตก หรือใช้แอร์ช่วงกลางวัน)

900-1000 สำหรับห้องทำงาน ห้องออกกำลังกาย หรือห้องที่มีความร้อนมาก หรือฝ้าสูง(ห้องที่โดนแดด อยู่ทิศตะวันตก อยู่ชั้นบนสุด หรือใช้แอร์ช่วงกลางวัน)

1000-1200 สำหรับร้านค้า ร้านอาหารที่เปิดปิดประตูบ่อย ร้านทำผม หรือสำนักงานที่มีคนอยู่จำนวนมาก

หากฝ้าเพดานสูงกว่า 2.5 เมตร มีจำนวนคนในห้องมาก หรือมีคอมพิวเตอร์ ควรบวกค่า BTU เพิ่มขึ้นอีก 5% จากค่าปกติ

ตารางการเปรียบเทียบการเลือกขนาด BTU กับพื้นที่ห้อง

บีทียู ขนาดห้อง (ตารางเมตร)
ห้องปกติ
ห้องที่โดนแดด
9000
12-14
11-13
12000
16-20
14-18
18000
20-28
21-27
21000
28-35
25-32
24000
32-40
28-35
26000
35-44
30-39
30000
40-50
35-45
36000
48-60
42-54
40000
56-65
52-60
48000
64-80
56-72
60000
80-1000
70-90
** เป็นการเปรียบเทียบโดยประมาณ ทั้งนี้ต้องพิจารณาปัจจัยอื่นเพิ่มเติม

เราควรเลือกขนาดของเครื่องปรับอากาศให้พอเหมาะกับห้อง

หาก BTU สูงไป คอมเพรสเซอร์จะตัดบ่อย ความชื้นในห้องสูง ทำให้ไม่สบายตัว ราคาแพง และสิ้นเปลืองพลังงาน

หาก BTU ต่ำไป คอมเพรสเซอร์จะทำงานหนัก ต้องทำงานตลอดเวลา เพราะความเย็นไม่ได้ตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ สิ้นเปลืองพลังงาน และอายุการใช้งานแอร์ลดลง

ปัจจัยที่ควรพิจารณาเพิ่มเติมในการเลือกขนาดบีทียูแอร์

1. จำนวนและขนาดของหน้าต่าง

2. ทิศที่แดดส่องหรือทิศที่ตั้งของห้อง

3. วัสดุหลังคามีฉนวนกันความร้อนหรือไม่

4. จำนวนคนทีใช้งานในห้อง

5. จำนวน และประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆภายในห้อง เช่นคอมพิวเตอร์ หรือไดร์เป่าผม ที่ทำให้เกิดความร้อนภายในห้อง

 

วิธีการคำนวณค่าไฟ

ประมาณการค่าไฟต่อเดือน

(ทั้งนี้ขึ้นกัีบปริมาณอัตราการกินไฟ (Power Consumption) ของบริษัทผู้ผลิต ถ้ายิ่งสูง ค่าไฟจะมาก แต่ละยี่ห้อจะไม่เท่ากัน ดูได้จากแค๊ตตาล็อคสินค้า และการตั้งอุณหภมิแอร์ ยิ่งตั้งต่ำ จะยิ่งใช้ไฟมาก)

ขนาดบีทียูแอร์ ค่าไฟต่อเดือน

แอร์เบอร์ 5

(โดยประมาณ)

ค่าไฟต่อเดือน

แอร์มอก.

(โดยประมาณ)

9000 450 530
12000 600 700
18000 850 1000
22000 1100 -
24000 1200 1390
25000 1250 1450
28000 1365 -
30000 1550 1800
34000 1665 2000
36000 1880 2125
40000 2050 2450
42000 - 2600
48000 - 3000
60000 - 3600

วิธีการคำนวณ

ค่าไฟต่อเดือน = จำนวนวัตต์ Watt x จำนวนชั่วโมงที่ใช้จริง * ค่าไฟต่อหน่วย x อัตราการทำงาน 80%  x 30 วัน

1000

ตัวอย่างเช่น แอร์มิตซูบิชิ MS-SGH13VC

อัตราการกินไฟ (จำนวนวัตต์) = 1040

ค่าไฟต่อหน่วย = 3 บาท

ชั่วโมงที่ใช้งาน ประมาณ 8 ชั่วโมง

 

= (1040 * 8*3*80%*30)/1000

= 599 บาท/เดือน

 

ค่าไฟต่อเดือน = ขนาดทำความเย็น (kw) x จำนวนชั่วโมงที่ใช้จริง * ค่าไฟต่อหน่วย x อัตราการทำงาน 80%  x 30 วัน

COP

ตัวอย่างเช่น แอร์มิตซูบิชิ MS-SGH13VC

ขนาดทำความเย็น (Cooling Capacity) = 3.6 kw

COP (Coefficient of Performance) = 3.46

ค่าไฟต่อหน่วย = 3 บาท

ชั่วโมงที่ใช้งาน ประมาณ 8 ชั่วโมง

 

= (3.6 * 8*3*80%*30)/3.46

= 599 บาท/เดือน

 

ค่า EER = Energy Effciency Ratio ปัจจุบัน ปี 2013 การไฟฟ้ากำหนดต้องเท่ากับหรือมากกว่า 11.6 ถึงจะได้รับฉลากเบอร์ 5 จากกฟผ.

 

บริษัท นาริด้า กรุ๊ป จำกัด

37  ถนนเฟื่องนคร  แขวงวัดราชบพิธ  เขตพระนคร  กรุงเทพฯ  10200

โทร 0-2622-1010 แฟกซ์ 0-2622-2880 Email: sales@theaircond.com

Current Pageid = 38